โรคเอดส์แมว Feline Immunodeficiency Virus

โรคเอดส์แมวหรือโรคภูมิคุ้มกันบกพร่องในแมว ( FIV )

(Feline immunodeficiency virus infection หรือ FIV)          

                        โรคนี้เกิดจากเชื้อไวรัสชนิด Lentivirus ซึ่งเป็นไวรัสที่มีความจำเพาะกับแมวเท่านั้น ไม่เป็นอันตรายต่อคน      แมวติดโรคนี้จากการกัดกับแมวที่เป็นโรค      แม่แมวที่ติดเชื้อนี้ระหว่างการตั้งท้องอาจจะแพร่เชื้อไปยังลูกหรือแพร่ไปยังลูกที่คลอดแล้วทางน้ำนมและน้ำลายได้     พบว่าแมวตัวผู้ที่มีอายุและเลี้ยงอยู่นอกบ้านเป็นแมวที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อมากที่สุด

อาการที่แสดงออกแบ่งเป็น ระยะ  ดังนี้

              1.       ระยะเฉียบพลัน แมวจะแสดงอาการเบื่ออาหาร มีไข้ อาการไม่ค่อยรุนแรงจนบางทีเจ้าของสังเกตไม่เห็น  การตรวจเลือดอาจพบความผิดปกติของเม็ดเลือดขาวยังไม่มาก ระยะนี้ต้องคอยสังเกตุอาการและตรวจเลือดซ้ำเพื่อดูการเปลี่ยนแปลงของเม็ดเลือขาว รวมถึงการตรวจหาแอนติบอดีในเลือด (FIV Ab)

              2.       ระยะเป็นพาหะโดยไม่มีอาการ  หากตรวจเลือดอาจพบว่าค่าเม็ดเลือดขาวจะต่ำลงกว่าภาวะปกติ  ซึ่งเมื่อเม็ดเลือดขาวต่ำลงมากๆ แมวก็จะเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่าย ซึ่งจะเข้าสู่ภาวะการติดเชื้อแบบเรื้อรัง

              3.       ระยะเรื้อรัง โดยจะพบอาการท้องเสียเป็นประจำ ผอม ขนร่วง  น้ำหนักตัวลด ช่องปากและเหงือกอักเสบ กลิ่นปากและกลิ่นลมหายใจแรง  รวมถึง มีโรคระบบทางเดินหายใจเรื้อรัง   เป็นโรคผิวหนังเรื้อรัง  ต่อมน้ำเหลืองบวมโต  แมวอาจแสดงอาการทางประสาท ไม่มีแรง เดินเซ  ตาอักเสบ เเละอาจมีภาวะไตอักเสบตามมาได้

การรักษาและป้องกันโรค   โรคนี้ไม่มียาเฉพาะ จะเป็นการรักษาตามอาการและประคับประคองชีวิตสัตว์ โดยให้ยาปฏิชีวนะเพื่อรักษาภาวะติดเชื้อแทรกซ้อน เช่น หวัด ท้องเสีย หรือผิวหนังอักเสบ รวมถึงได้รับยาต้านไวรัส, Interferon  หรือสารกระตุ้นภูมิคุ้มกัน เพื่อให้สัตว์มีชีวิตที่ยืนยาว     ควรนำแมวที่เป็นโรคนี้มาพบสัตวแพทย์เป็นประจำ และหลีกเลี่ยงภาวะที่ทำให้เกิดความเครียด    ให้อาหารที่มีคุณภาพดี จะช่วยให้แมวมีอายุยืนยาวขึ้น และที่สำคัญควรแยกแมวที่ติดเชื้อ FIV ออกจากแมวตัวอื่นๆ เพื่อหลีกเลี่ยงการแพร่เชื้อไปยังแมวตัวอื่น หากมีการนำแมวตัวใหม่เข้ามาเลี้ยงควรให้สัตวแพทย์ตรวจสุขภาพก่อนนำเข้าไปเลี้ยงรวมกับแมวตัวอื่นๆในบ้าน สำหรับการป้องกันนั้นในปัจจุบันมีวัคซีนป้องกันโรคนี้แล้ว เริ่มทำวัคซีนครั้งแรกในแมวอายุ 16 สัปดาห์หรือ 4 เดือนขึ้นไป

               โรงพยาบาลสัตว์บ้านสัตว์เลี้ยงอ่อนนุช                           www.petvethome.com 

โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว

 Feline leukemia virus, FeLV                           

โรคลิวคีเมีย หรือมะเร็งเม็ดเลือดขาวในแมว

               
โรคนี้เกิดจากเชื้อ ไวรัส ชนิด  Retrovirus โดยการติดต่อจากการสัมผัสกับเชื้อที่อยู่ในน้ำลายของสัตว์ป่วย  เช่น การกัด เลีย หรือแต่งขน รวมถึงสัมผัสกับเชื้อที่อยู่ในปัสสาวะ, สารคัดหลั่งต่างๆ  และ  เชื้อสามารถถ่ายผ่านทางมดลูกและน้ำนมของสัตว์ป่วยสู่ลูกได้    เมื่อเชื้อเข้าสู่ร่างกาย จะแบ่งตัวในเนื้อเยื่อระบบน้ำเหลือง และเข้าสู่กระแสเลือดกระจายไปทั่วร่างกาย  จึงมีผลกระทบต่ออวัยวะหลายชนิด ระยะฟักตัวของโรคอาจอยู่ที่ 1 วันจนถึง 2 เดือน

อาการ ที่พบได้บ่อยๆ เช่น หอบ หายใจลำบาก ซึม เบื่ออาหาร  มีไข้สูง     ช่องปากและเหงือกอักเสบมีผลให้แมวมีกลิ่นปากแรง  เยื่อเมือกซีดเนื่องจากภาวะโลหิตจาง ระบบภูมิคุ้มกันถูกกดทำให้สามารถติดเชื้อแทรกซ้อนได้      รวมถึงการเกิดมะเร็งในอวัยวะต่างๆ ของร่างกาย เช่น ต่อมน้ำเหลือง ตับ ม้าม อาจคลำพบก้อนในช่องท้อง รวมถึงภาวะต่อมน้ำเหลืองโต สามรถทำให้เกิดการแท้งในแมวตั้งท้อง โรคนี้สามารถตรวจได้ด้วยการตรวจหาเชื้อไวรัส (FeLV Antigen, PCR) ในเลือด, ไขกระดูก และควบคู่กับการตรวจจำนวนเม็ดเลือดชนิดต่างๆ  โดยสัตว์ที่ติดเชื้อดังกล่าวจะตรวจพบภาวะของเม็ดเลือขาวต่ำ หรือ สูงกว่าปกติ ขึ้นอยู่กับช่วงและระยะเวลาของการติดเชื้อ ร่วมกับการพบค่าเม็ดเลือดแดงต่ำกว่าปกติ 

 
การรักษาและป้องกัน  การรักษาจะเป็นการรักษาตามอาการ ซึ่งอาจได้ผลในรายที่เป็นไม่มาก    อาจจำเป็นต้องใช้ Chemotherapy  และยากระตุ้นภูมิคุ้มกัน , สารinterferon ร่วมกับยาปฏิชีวนะเพื่อป้องกันการติดเชื้อแทรกซ้อน, ยาบำรุงเลือด รวมถึงการให้เลือด, ให้สารน้ำ, สารอาหารในรายที่ไม่ทานอาหาร 
โรคนี้สามารถป้องกันโดยการฉีดวัคซีนให้กับแมวเป็นประจำทุกปี เริ่มทำวัคซีนในแมวที่อายุประมาณ 8 สัปดาห์หรือ 2 เดือน
อย่างไรก็ตามการฉีดวันซีนป้องกันโรคเป็นหนทางที่ดีที่สุด
 

                 

                            โรงพยาบาลสัตว์บ้านสัตว์เลี้ยงอ่อนนุช

                www.petvethome.com

โรคไข้หวัดแมว (Cat flu)

โรคไข้หวัดแมว (Cat flu)

เป็นโรคติดต่อในระบบทางเดินหายใจ ซึ่งเกิดจากเชื้อ Feline Herpe virus, Feline Calicivirus, Chlamydophilia โดยแมวป่วยอาจติดเชื้อชนิดใดชนิดหนึ่งหรือติดเชื้อพร้อมกันหลายชนิดก็ได้ โรคนี้สามารถติดต่อได้โดยตรงจากการสัมผัสกับสิ่งคัดหลั่งต่างๆ เช่น น้ำมูก, น้ำตา หรือติดทางอ้อมจากการปนเปื้อนเชื้อมากับอาหาร, กรง, คน ซึ่งพบบ่อยในแมวที่อยู่รวมกันหนาแน่น โดยทั่วไปเชื้อจะมีระยะฟักตัว 2-6 วัน และอาการที่แสดงออก ในแต่ละตัวจะหนัก เบาต่างกันขึ้นกับภาวะภูมิคุ้มกันของแมวแต่ละตัว

อาการ  แมวจะแสดงอาการซึม, มีไข้, มีน้ำมูก, จาม, ไอ, ตาอักเสบ, ช่องปากอักเสบ, แผลหลุมในช่องปาก, ลิ้นทำให้เจ็บปวดจนไม่ทานอาหาร, น้ำลายไหลเลอะปาก กลิ่นปากและลมหายใจเหม็น ในรายที่ติดเชื้อรุนแรงอาจเกิดภาวะปอดบวมร่วมด้วย ลูกแมวมักแสดงรุนแรงกว่าแมวโต อาจเสียชีวิตได้

การรักษา ให้ยาต้านไวรัส ร่วมกับปฏิชีวนะเพื่อป้องกันการติดเชื้อแทรกซ้อน, ยาลดน้ำมูก, แก้ไอ, ยาลดไข้, ลดอักเสบ, ยาป้ายตา ในบางรายอาจต้องพ่นยาละลายน้ำมูก, เสมหะร่วมด้วย           ควรให้ทานอาหารอ่อนๆ ในกรณีที่แมวไม่ค่อยทานอาหารเองก็จำเป็นต้องให้สารน้ำ, สารอาหารทดแทนเพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำและอาหาร

การป้องกัน  การทำวัคซีนเป็นประจำและเมื่อนำแมวใหม่เข้ามาก็ควรเลี้ยงแยกกับแมวตัวอื่นก่อนนำมาเลี้ยงรวมกัน

เพื่อเฝ้าดูอาการ ป้องกันการแพร่เชื้อจากแมวใหม่สู่แมวเดิมในบ้าน   แมวสามารถทำวัคซีนได้ตั้งแต่อายุ 2 เดือนขึ้นไป

     โรงพยาบาลสัตว์บ้านสัตว์เลี้ยงอ่อนนุช     www.petvethome.com 

โรคเยื่อบุช่องท้องอักเสบในแมว

โรคเยื่อบุช่องท้องอักเสบในแมว

(Feline infectious peritonitis, FIP)

โรคนี้มีสาเหตุมาจาก Corona virus   ติดต่อโดยการสัมผัสโดยตรงเป็นระยะเวลานานกับแมวที่เป็นโรค      ผ่านทางสารคัดหลั่งจากปากและจมูก น้ำมูก น้ำลายรวมถึงอุจจาระและปัสสาวะ        โดยการกินหรือการหายใจ หรือปนเปื้อนในชามน้ำและชามอาหาร  หรือเกิดจากการที่แมวเลีย หรือสัมผัสเเมวที่ป่วยเป็นโรคนี้ เมื่อสัตว์ได้รับเชื้อสัตว์อาจแสดงอาการภายใน 1 สัปดาห์ หรืออาจเป็นเดือน ขึ้นอยู่กับภูมิคุ้มกันของสัตว์นั้นๆ      โดยเชื้อจะแพร่กระจายเข้าสู่ร่างกายและทำให้เกิดการอักเสบของอวัยวะภายใน   รวมถึงเยื่อบุช่องท้อง       แมวป่วยจะแสดงอาการ   ซึม เบื่ออาหาร น้ำหนักตัวลดลง  มีไข้เป็นระยะเวลานาน  หายใจลำบาก  เยื่อเมือกซีด และเสียชีวิตได้     โดยส่วนใหญ่จะพบว่ามีของเหลวลักษณะ เป็นน้ำ  หรือ หนองสะสมในช่องท้องและช่องอก    เจ้าของจะเห็นว่าช่องท้องขยายใหญ่       แมวที่ป่วยเป็นโรค FIP มักมีการติดเชื้อ Feline leukemia virus (FeLV) ร่วมด้วย

การรักษาและป้องกันโรค    การรักษาโรคนี้จะทำการรักษาตามอาการ ในรายที่เป็นมาก อาจมีการเจาะดูดน้ำหรือหนอง ในช่องท้องและช่องอก ให้ยาปฏิชีนะ และสาร Interferon ร่วมกัน ในรายที่เเสดงอาการไม่มาก อาจตอบสนองต่อการรักษาได้ดี สัตว์ที่แสดงอาการ หอบและหายใจลำบาก   มีน้ำในช่องอก การตอบสนองต่อการรักษาจะไม่ค่อยดี   อย่างไรก็ตามโรคนี้สามารถป้องกันได้โดยการให้วัคซีน โดยเริ่มทำวัคซีนครั้งแรกในแมวอายุประมาณ 16 สัปดาห์หรือ 4 เดือน สำหรับลูกแมวควรแยกไม่ให้สัมผัสกับแมวที่มีเชื้อหรือแม่แมวที่เป็นโรคเมื่ออายุได้ 5 สัปดาห์ เนื่องจากภูมิคุ้มกันจากแม่จะปกป้องลูกได้จนอายุประมาณ 6-7 สัปดาห์ รวมถึงควรดูแลเรื่องความสะอาดและเลี้ยงด้วยอาหารที่มีคุณภาพดีด้วย

       โรงพยาบาลสัตว์บ้านสัตว์เลี้ยงอ่อนนุช www.petvethome.com

โรคไข้หัดแมวหรือโรคลำไส้อักเสบ

โรคไข้หัดแมวหรือโรคลำไส้อักเสบติดต่อในแมว ( Feline Panleukopenia)

เกิดจากเชื้อไวรัส Feline  Parvo  virus สามารถพบได้ในแมวทุกช่วงอายุแต่จะแสดงอาการรุนแรงในลูกแมว แมวป่วยสามารถแพร่เชื้อไปยังแมวตัวอื่นผ่านทางอุจจาระโดยปนเปื้อนไปกับอาหาร, น้ำ, คน, เครื่องใช้ส่วนตัวฯ การแพร่กระจายโรคได้ง่ายยิ่งขึ้นระหว่างแมวที่เลี้ยงอยู่รวมกันอย่างแออัด เช่น ฟาร์ม แหล่งซื้อขายสัตว์เลี้ยง เป็นต้น เชื้อไวรัสทำจะให้เกิดภาวะลำไส้อักเสบและเม็ดเลือดขาวต่ำมีผลทำให้แมวติดเชื้อแทรกซ้อนได้ง่าย

อาการที่พบ แมวจึงแสดงอาการท้องเสีย, มีไข้ ติดเชื้ออื่นแทรกซ้อน ในบางรายอุจจาระมีเลือดปน อาจมีอาการอาเจียนร่วมด้วย เบื่ออาหาร, แสดงภาวะขาดน้ำ, อ่อนเพลียอย่างหนัก,  ในแมวอายุน้อยส่วนใหญ่จะเสียชีวิตอย่างรวดเร็ว แต่หากแมวติดเชื้อไข้หัดแมวในขณะตั้งท้องก็อาจทำให้แท้ง, ลูกตายหลังคลอดหรือทำให้ลูกพิการทางสมอง

 

 

การรักษา ทำโดยให้ยาปฏิชีวนะป้องกันการติดเชื้ออื่นแทรกซ้อนร่วมกับยาลดไข้, ลดอักเสบและยาห้ามเลือด ร่วมกับการฉีดยากระตุ้นภูมิคุ้มกัน รวมถึงสาร Interfereron เพื่อช่วยยับยั้งการแพร่กระจายของไวรัส            พร้อมทั้งให้สารน้ำ, สารอาหารเพื่อทดแทนน้ำและเกลือแร่ที่สูญเสียไป เมื่อร่างกายเริ่มสร้างภูมิคุ้มกันต่อต้านไวรัส อาการจะค่อยๆดีขึ้นตามลำดับ แต่เนื่องจากหลังแมวป่วยใหม่ๆ ยังสามารถแพร่เชื้อออกทางอุจจาระได้อีกระยะหนึ่ง จึงควรเลี้ยงแมวแยกกับแมวตัวอื่นและใช้น้ำยาฆ่าเชื้อไวรัสทำความสะอาดกรง, อุปกรณ์ที่ใช้กับแมวป่วยเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อสู่แมวตัวอื่น

การป้องกัน ทำวัคซีนป้องกันโรคหัดแมวเป็นประจำ และเมื่อนำแมวใหม่เข้ามาก็ควรเลี้ยงแยกกับแมวตัวอื่น เพื่อเฝ้าดูอาการก่อนนำมาเลี้ยงรวมกัน โดย  ลูกแมวจะเริ่มทำวัคซีนไข้หัดแมวได้ตั้งแต่อายุ 2 เดือนขี้นไป

              โรงพยาบาลสัตว์บ้านสัตว์เลี้ยงอ่อนนุข  www.petvethome.com 

Additional information