โรคลำไส้อักเสบติดต่อในสุนัข (พาร์โว & โคโรน่าไวรัส)

โรคลำไส้อักเสบติดต่อในสุนัข  ---- Parvo & Corona virus Infection

โรคไวรัสลำไส้อักเสบติดต่อในสุนัข (Canine viral enteritis)

                โรคไวรัสลำไส้อักเสบในสุนัขเป็นโรคติดต่อร้ายแรงที่พบได้บ่อยของสุนัข โดยเฉพาะลูกสุนัข อายุ 2-4 เดือน เกิดจากเชื้อพาร์โวไวรัส (Canine Parvo virus) หรืออาจมีเชื้อโคโรน่าไวรัส ( Canine Corona virus)หรือทั้งสองเชื้อร่วมกัน โดยเชื้อ พาร์โวไวรัส จะเป็นเชื้อที่รุนแรงและทำให้มีอัตราการตายสูงโดยเฉพาะในลูกสัตว์ ส่วนเชื้อโคโรน่าไวรัส มักเป็นเชื้อที่ฉวยโอกาส สุนัขจะแสดงอาการใกล้เคียงกัน แต่ไม่ทำให้เกิดอาการรุนแรงเท่าสุนัขที่ติดเชื้อพาร์โวไวรัส แต่ถ้าได้รับการจัดการไม่ดีก็มีโอกาสเสียชีวิตได้โดยเฉพาะในลูกสัตว์ สำหรับเชื้อพาร์โวไวรัส มีระยะฟักตัว 3-7 วันและเชื้อโคโรน่าไวรัสมีระยะฟักตัว 1-3 วัน สุนัขสามารถติดเชื้อไวรัสลำไส้อักเสบได้จากสัมผัสโดยตรงกับอุจจาระของสุนัขที่เป็นโรคไวรัสลำไส้อักเสบ หรือจากการกิน, เลียอาหาร, น้ำที่ปนเปื้อนเชื้อโรค สุนัขที่ติดเชื้อไวรัสลำไส้อักเสบสามารถแพร่เชื้อไวรัสผ่านอุจจาระได้หลังติดเชื้อไป 4-5 วัน โดยที่ในบางรายอาจยังไม่ทันได้แสดงอาการป่วยออกมา  เชื้อไวรัสที่ถูกปล่อยออกมาในสิ่งแวดล้อมจะคงทนอยู่ในสิ่งแวดล้อมได้นานหลายเดือนและทนต่อน้ำยาฆ่าเชื้อทั่วไปอีกด้วย หลังได้รับเชื้อไวรัสเข้าสู่ร่างกาย ไวรัสลำไส้อักเสบจะเข้าไปในระบบทางเดินอาหารทำลายผนังลำไส้  ทำให้เกิดการลอกหลุดของผนังลำไส้อย่างรุนแรง ส่งผลให้เกิดภาวะเลือดออกในระบบทางเดินอาหาร  ทำให้สัตว์ไม่สามารถดูดซึมสารอาหารได้และทำให้เชื้อแบคทีเรียที่มีอยู่แล้วในลำไส้แพร่เข้าสู่กระแสเลือด นอกจากนี้ เชื้อพาร์โวไวรัสบางส่วนยังเข้าไปทำลายเซลล์ในไขกระดูก ทำให้เม็ดเลือดขาวต่ำ เกิดภาวะกดภูมิคุ้มกัน สุนัขจึงติดเชื้ออื่นๆแทรกซ้อนได้ง่าย และที่สำคัญลูกสุนัขที่ติดเชื้อตั้งแต่ในมดลูกแม่, ลูกสุนัขที่อายุ < 8 สัปดาห์, ลูกสุนัขที่เกิดจากแม่สุนัขที่ไม่ได้ทำวัคซีนป้องกันไวรัสลำไส้อักเสบ  เชื้อพาร์โวไวรัสสามารถแพร่เข้าสู่หัวใจ ทำให้เกิดกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบและเกิดภาวะหัวใจล้มเหลวและเสียชีวิตได้ โดยที่ลูกสุนัขอาจแสดงหรือไม่แสดงอาการลำไส้อักเสบ

 

 

อาการ

ในตอนแรกจะแสดงอาการแบบไม่จำเพาะ คือ ซึม, อ่อนเพลีย, เบื่ออาหาร, มีไข้สูง   จากนั้น แสดงอาการถ่ายเหลวมีกลิ่นเหม็นคาว, ถ่ายปนเลือด จนถึงถ่ายเป็นเลือด ปวดท้องและอาเจียนอย่างรุนแรง ในบางราย อาเจียนเป็นเลือด ส่งผลให้สุนัขเกิดภาวะแห้งน้ำ, โลหิตจาง, หมดแรง เนื่องจากการถ่ายเหลว, อาเจียนปนเลือด บางรายแสดงอาการทางประสาท เนื่องจากภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ   ในลูกสุนัขที่เกิด กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ จะแสดงหายใจลำบาก ช็อคและเสียชีวิตภายในเวลาไม่นาน เนื่องจากเชื้อพาร์โวไวรัส ทำให้เม็ดเลือดขาวต่ำ, กดภูมิคุ้มกัน สุนัขป่วยลำไส้อักเสบจึงติดเชื้ออื่นๆแทรกซ้อน ยิ่งทำให้สุนัขแสดงอาการป่วยรุนแรงมากขึ้น เช่น มีไข้สูง, มีแผลหลุมตามผิวหนัง บางครั้งพบได้ในช่องปาก ในรายที่แสดงอาการลำไส้อักเสบรุนแรง อาจเสียชีวิตภายในเวลารวดเร็ว หากพบว่าสุนัขแสดงอาการดังกล่าว ควรรีบพามาพบสัตวแพทย์เพื่อตรวจหาเชื้อไวรัสลำไส้อักเสบ เพื่อจะได้ทำการรักษาทันท่วงที

การรักษา

เนื่องจากเป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสจึงไม่มีการรักษาแบบเฉพาะเจาะจง มีเพียงการรักษาเพื่อประคับประคองและบรรเทาอาการเท่านั้น โดยการให้ยาปฏิชีวนะ เพื่อป้องกันการติดเชื้อแทรกซ้อน, ยาลดกรด, ลดอาเจียน, ยาห้ามเลือด, ยาเคลือบกระเพาะ, ยาแก้ปวดลดไข้ เป็นต้น ร่วมกับการให้สารน้ำเพื่อแก้ไขภาวะขาดน้ำ, ให้สารอาหารทางหลอดเลือด เพราะใน 24 ชั่วโมงแรก คุณหมอจะให้สุนัขงดอาหารเพื่อให้ลำไส้ได้พักฟื้น หลังจากนั้นค่อยเริ่มให้เจลอาหาร, อาหารอ่อนๆที่ย่อยง่าย ตามลำดับ  ในสุนัขป่วยบางรายอาจใช้ยากระตุ้นภูมิคุ้มกันเพื่อให้สุนัขสร้างภูมิคุ้มกันต่อต้านเชื้อไวรัสและเชื้อที่ติดแทรกซ้อน  รวมถึงการใช้ สาร interferon ร่วมด้วย  เพื่อยับยั้งการแพร่กระจายของไวรัสสู่เซลล์ต่างๆ

การป้องกัน

การป้องกันที่ดีที่สุด คือ ทำวัคซีนโรคลำไส้อักเสบให้แม่สุนัขก่อนผสมพันธุ์เพื่อให้มีภูมิถ่ายทอดสู่ลูกสุนัข ควรรับลูกสุนัขมาเลี้ยงจากแหล่งที่ปลอดโรค และเมื่อนำลูกสุนัขเข้ามาเลี้ยงใหม่   ควรแยกดูแลลูกสุนัขร่วมกับการสังเกตุ อาการประมาณ 5-7 วัน แล้วค่อยพาไปทำวัคซีนป้องกันโรคลำไส้อักเสบ ซึ่งสามารถเริ่มทำวัคซีนได้ตั้งแต่อายุ 6-8สัปดาห์ 

Additional information